Friday, June 26, 2026
Latest:
News Release

The 1 Insight เผย “Expat Economy” ดันไทยสู่การเป็น “Global Lifestyle Hub” ชี้ต่างชาตินิยม “ใช้ชีวิต” ในไทย กำลังซื้อสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า หนุนโอกาสใหม่ธุรกิจรีเทลไทย

The 1 Insight เผยประเทศไทยได้ก้าวสู่การเป็น “Global Lifestyle Hub” ของภูมิภาค จากการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติที่เข้ามาใช้ชีวิต ทำงาน และเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก The 1 Expat พบว่า การใช้จ่ายจากกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติในไทยหรือกลุ่ม Expat มีการใช้จ่ายเติบโตสูง โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนไทยถึง 1.5 เท่า สอดคล้องกับข้อมูลจาก Expat Insider ประจำปี 2024 ที่ระบุว่าประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ประเทศที่ชาวต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่มากที่สุดในโลก เกิดเป็น Expat Economy เศรษกิจจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวต่างชาติในไทย ซึ่งมีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่องในทุกปี

เมื่อเจาะลึกลงไปในพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละสัญชาติ The 1 Insight ยังพบว่า ผู้บริโภคต่างชาติแต่ละสัญชาติมีพฤติกรรมการใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน หรือมี “Shopping Fingerprint” เป็นของตัวเอง โดยกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนโดดเด่นในหมวด Home & DIY สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.2 เท่า และหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า สะท้อนการเติบโตของกลุ่มที่เข้ามาใช้ชีวิตระยะยาว รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตนเอง (Free Individual Travelers) เพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูง

ด้านผู้บริโภคชาวรัสเซียมีการใช้จ่ายในหมวด Kids สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า และ Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.2 เท่า สะท้อนภาพของกลุ่มครอบครัวที่พำนักระยะยาว โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพฤติกรรมการจับจ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าสำหรับเด็กมากกว่าของฝาก และมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมีการใช้จ่ายในหมวด Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า และ Health & Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า รวมถึงหมวด Books & Stationery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า โดยใช้จ่ายส่วนใหญ่ในย่านสุขุมวิท ให้ความสำคัญกับสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน มากกว่าพฤติกรรมการจับจ่ายในฐานะนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้บริโภคชาวเมียนมา มีการใช้จ่ายในหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.7 เท่า และ Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 เท่า สะท้อนความนิยมของสินค้า Thai Beauty หรือ T-Beauty โดยมีการจับจ่ายทั้งในพื้นที่ชายแดนแม่สอดและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อนำไปใช้เอง ซื้อฝาก และนำกลับไปต่อยอดทางธุรกิจในเมียนมา

ด้านผู้บริโภคชาวลาวโดดเด่นในหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า และ Kids รวมถึง Sport สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า สะท้อนพฤติกรรม Cross-border Household Shopping ที่นิยมเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าสำหรับทั้งครอบครัวในศูนย์การค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความถี่ในการเดินทางข้ามพรมแดนค่อนข้างสูง

ขณะที่ผู้บริโภคชาวมาเลเซียมีการใช้จ่ายในหมวด Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า สะท้อนพฤติกรรมการเดินทางระยะสั้นเพื่อช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น ผ่านหัวเมืองสำคัญอย่างหาดใหญ่และศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยแม้มียอดใช้จ่ายต่อทริปใกล้เคียงกับผู้บริโภคชาวรัสเซีย แต่ยังมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายต่ำกว่า สะท้อนโอกาสในการเติบโตจากการเพิ่มจำนวนทริปในอนาคต

นอกจากนี้ เมื่อมองในมุมพฤติกรรมการใช้จ่ายภาพรวม The 1 Insight ยังพบว่า ผู้บริโภคต่างชาติในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Long-Stay Residents ที่ใช้ชีวิต ทำงาน หรือมีครอบครัวในไทย โดยใช้จ่ายในประเทศไทยเป็นหลักอย่างต่อเนื่อง และกลุ่ม Frequent Visitors กลุ่มผู้ที่พักพิงและใช้จ่ายในประเทศไทย เป็นประจำ ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนต่อปี และครอบคลุมอย่างน้อย 2 ไตรมาส 3-4 ครั้งต่อปี แต่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก

การเติบโตของ Expat Economy ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่ม Long-Stay Residents ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้จ่ายและยอดใช้จ่ายต่อคน สะท้อนการเข้ามา “ใช้ชีวิต” ในประเทศไทยระยะยาว ขณะที่กลุ่ม Frequent Visitors ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อภาคค้าปลีกไทยด้วยการใช้จ่ายต่อครั้งในระดับสูง แม้การเติบโตจะเริ่มทรงตัว สะท้อนว่าตลาดต่างชาติในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยว แต่กำลังขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ที่เลือกใช้ชีวิตในประเทศไทยมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *