สสว. ร่วมหนุน “มหกรรมมนต์เสน่ห์ชายแดนใต้ 2569” ณ เบตง เดินหน้าเปิดบูธให้บริการ-รับสมัคร BDS ยกระดับ SME ชายแดนใต้สู่สากล

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยความสำเร็จหลังร่วมออกบูธให้บริการในงาน “มหกรรมมนต์เสน่ห์ชายแดนใต้ 2569” ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในพื้นที่ พร้อมตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและรับสมัครเข้าร่วมโครงการ BDS (SME ปัง ตังได้คืน) หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและผลักดัน Soft Power ชายแดนภาคใต้

เบตง, ยะลา – สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ประกาศความสำเร็จในการสนับสนุนโครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ภายใต้กิจกรรม “มหกรรมมนต์เสน่ห์ชายแดนใต้ 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3–6 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ บริเวณสวนน้ำ เทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางตลาด และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรของ สสว. ร่วมงานอย่างคึกคัก โดยบรรยากาศภายในงานตลอดการจัดงานเป็นไปอย่างมีสีสัน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเดินทางเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล


สสว. มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ Micro SME และ SME ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น การเข้ามาร่วมสนับสนุนงานมหกรรมในครั้งนี้ สสว. ได้เปิดบูธให้บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อเป็นกลไกพี่เลี้ยงในการช่วยยกระดับและขับเคลื่อน “Soft Power” ของชุมชนให้มีมาตรฐานและพร้อมแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น


นอกจากบริการให้คำปรึกษาแล้ว ภารกิจสำคัญของ สสว. ภายในงาน คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเพื่อรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจ ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) หรือแคมเปญ “SME ปัง ตังได้คืน” พร้อมทั้งแนะนำการเข้าถึงบริการผ่านระบบ e-Service ของ สสว. ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่หลั่งไหลเข้ามาขอรับคำปรึกษาและขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป
